การจำแนกประเภทมนุษย์ต่างดาว

เสียงแว่วๆ ของเบญจานั่นเอง ดิฉันหอบหายใจฮั่กๆ ยิ้มทั้งน้ำตา เพื่อนมาแล้ว! กลับมาเสียที! แต่ว่าเกิดนรกจกเปรตอะไรขึ้นมาล่ะ?

เสียงทุบประตูแรงๆ ถี่เร็วขึ้น ดิฉันร้องสุดเสียง พยายามดึงประตู เบญจาก็คงผลักเข้ามา แต่สิ้นหวังทั้งคู่…ขณะที่อากาศเย็นยะเยือกจนหนาวสะท้านไปถึงหัวใจ ไฟดับวูบอีกครั้ง ความมืดถาโถมเข้าใส่ คราวนี้ดิฉันปล่อยโฮ ทรุดลงกองกับพื้น ซบหน้าร้องไห้กับท่อนแขนจนตัวโยน สลับกับร่ำร้อง…ช่วยด้วย! โปรดช่วยฉันด้วยเถิด

“พรรณ! ทำไมมานอนที่นี่ล่ะ? เป็นอะไรหรือเปล่า?”

เสียงเบญจาดังแว่วๆ มากระทบหู ดิฉันลืมตาขึ้นก็เห็นหน้าเพื่อนชะโงกมาหา กรีดร้องอีกครั้งก่อนจะโถมเข้ากอดรัด ร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวสั่นเทา…รุ่งขึ้นเราก็ขอตัวบินกลับกรุงเทพฯ ทันที

ประสบการณ์หลอนสุดขีดเกิดขึ้นในโรงแรมที่ อุดรฯ ค่ะ เมื่อเรา-คือดิฉันกับเบญจาเพื่อนร่วมบริษัทไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ จุดหมายคืออีสานตอนบนกับข้ามโขงไปลาว

คืนแรกนั่นเองที่กลายเป็นคืนอุบาทว์ของชีวิต!

ดิฉันขอข้ามเรื่องการเดินทางและท่องเที่ยวต่างๆมนุษย์ต่างดาว เพื่อเข้าจุดหมาย…เมื่อเรากินอาหารค่ำเสร็จก็เข้าพักโรงแรมชั้นดี ทั้งใหม่และสะอาด ไม่มีอะไรน่ากลัวหรือน่าหวาดระแวงว่าจะมีอันตรายใดๆ เพราะมีล็อกและโซ่คล้องประตู ม่านสีไข่ไก่ดูกลมกลืนกับผนังห้อง เตียงใหญ่กว้างขวางชนิดนอนได้สามคนสบายๆ

ราวสี่ทุ่ม เรากำลังจะเข้านอน เบญจาเกิดมีปัญหาเรื่องรอบเดือนเร็วกว่ากำหนด แถมไม่ได้นำของจำเป็นติดตัวมาด้วย เลยบอกว่าจะลงไปซื้อที่ร้านใกล้ๆ โรงแรม

จัดการล็อกประตูแล้วคล้องโซ่ เปิดไฟทั้งห้องน้ำและห้องนอน แถมเปิดทีวีเอาเสียงเป็นเพื่อนก่อนจะขึ้นเตียง…

เพียงแต่ซุกร่างเข้าไปใต้ผ้าห่มเท่านั้น แสงไฟก็หรี่วูบจนดิฉันผงกหัวขึ้นอย่างลืมตัว มนุษย์ต่างดาวแล้วสว่างขึ้นตามเดิม กำลังจะถอนใจโล่งอกก็ใจหายวูบเมื่อภาพในจอทีวีดำมืดก่อนกลายเป็นฝ้าขาวๆ ส่งเสียงซ่า…สะท้านเข้าไปในหัวใจจนดิฉันนอนตัวแข็งทื่อ

พริบตานั้นเอง แสงไฟทั้งห้องก็ดับวูบลงอีกครั้ง!

ได้ยินเสียงตัวเองร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ หันขวับไปมองทางหน้าห้องน้ำก็มืดสลัวเช่นกัน…ไฟเสีย! ดิฉันถอนใจยาว ใจคอชักไม่ค่อยดี แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะครืนมากระทบหู…คุณพระ ช่วย! เสียงจากทีวีนั่นเอง!!

ภาพของหญิงชายกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงดื่มเหล้า หัวเราะเริงร่าทั้งๆ ที่ไฟฟ้าดับทั่วห้องแต่ทีวีกลับเปิดโร่…ดิฉันสะบัดหัว หลับตา สูดลมหายใจยาว เชื่อว่าตัวเองคงฟั่นเฟือนไป หรือไม่ก็ต้องแพ้ยาแน่ๆ แต่เอ…เราไม่ได้กินยาอะไรนี่นา ไม่ได้เป็นหวัดเป็นไข้หรือภูมิแพ้ ร่างกายยังแข็งแรงดีเช่นเดียวกับคนในวัยสามสิบต้นๆ ทั่วไป

เสียงหัวเราะดังก้อง คล้ายกับถาโถมเข้ามาทุกทิศทุกทางมนุษย์ต่างดาว…ลืมตามองทีวีให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วก็ได้เห็นภาพนั้น…ภาพที่ติดหูติดตาไปชั่วชีวิต!

ใบหน้าของหญิงชายในจอหันขวับมาจ้องมองเย้ยหยัน หัวเราะร่า เสียงสะท้อนสะท้านเข้าไปถึงหัวอกหัวใจ! ดิฉันได้ยินเสียงตัวเองหวีดร้องจนแสบแก้วหู โลกทั้งโลกกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ กระโดดผลุงจากเตียง ไฟสว่างพรึ่บแต่ทีวีกลับดับวูบดื้อๆ

ช่างเถอะ! ไม่แยแสอะไรอีกแล้ว คิดจะเผ่นออกจากห้องอุบาทว์นี่ให้เร็วที่สุด ถอดโซ่มือไม้สั่น หมุนล็อกกระชากบานประตู…แต่มันไม่ขยับเขยื้อนราวกับกลายเป็นประตูเหล็ก ประตูนรก แน่นหนาที่กักขังดิฉันไว้ตลอดกาล!

คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วยเถิด! ดิฉันน้ำตาไหลพรากอาบหน้า ตัวสั่นงันงกไม่ผิดกับลูกนกต้องลมหนาว…ทำไมเบญจาไม่กลับมาเสียทีหนอ?

มือถืออยู่ไหน? ต้องเรียกเธอมาช่วย แต่เกิดสับสนจนจำเบอร์ไม่ได้…โทร.หาโอปะเรเตอร์ไงล่ะ! ขอให้ช่วยเปิดประตูด้วย แต่ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งจนขยับไม่ไหว…นี่มันอะไรกัน? หรือเรากำลังตกอยู่ในความฝัน…ฝันร้ายสุดขีด!

“พรรณ! พรรณ…”

// Get wp-comments.php template ?>